เรื่องเล่าจากสุวรรณภูมิ
เรื่องเล่าจากสุวรรณภูมิ
ที่อยากจะสื่อให้คนไทย และ “พันธมิตร”
น่าจะต้องรู้ไว้
เรื่องที่เล่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้….เมื่อการเมือง การชุมนุมมีผลร้ายกับคนใกล้ตัว
วันนี้เป็นวันที่ เพื่อนของฉันซึ่งเป็นวิศวกรชาวอเมริกัน และ วิศวกรชาวญี่ปุ่น ที่ได้ถึงกำหนดการณ์ที่จะได้กลับบ้านตามนโยบายของบริษัท วันนี้ เป็นวันที่เพื่อนของฉันเฝ้ารอคอยตลอดเป็นเวลาถึงสามเดือน….
เมื่อสองวันก่อนฉันยังเห็นหน้าตา
ทั้งสองคนสดใส…ไปช้อบปิ้งซื้อของมากมายกลับไปฝากญาติพี่น้องและสาวๆที่ประเทศตัวเอง
แต่วันนี้…ใครจะคิด..
ว่าเค้าจะ”ไม่”สามารถกลับบ้านได้….
(วันนี้วันที่คนไทยกำลังอึดอัดกับการเมือง..
..วันที่คนไทยรู้สึกลำบากใจมาก..เหมือนไร้ทางออก แต่…ฉันก็ไม่ลืมที่จะไปปลอบใจความรู้สึกของเพื่อนวิศวกรร่วมงานทั้งสองคน)
แต่มีสิ่งหนึ่ง
ที่อยากจะสื่อให้คนไทย และ “พันธมิตร” จะต้องรู้ไว้
บทสนทนาเมื่อครู่นี้ที่ฉันยังคงจำได้ดี…
.. เล่าคร่าวๆได้ว่า
เมื่อฉันเดินเข้าไปปลอบเพื่อนเห็น.. พื่อนสองคนที่กำลังนั่งสนทนากันอยู่
กระเป๋า สัมภาระยังวางกองพะเนินอยู่ตรงหน้ ไม่ยอมเอาไปเก็บไว้ที่อื่น (เสมือนกับเอาไว้ดูต่างหน้าบ้านแสนรัก… ที่เค้าอยากกลับไปหาแทบจะขาดใจ)
เดวิด มองเห็นหน้าฉัน ก็ยิ้มนิดๆ แล้วถามว่า
DAVID : เธอรู้ไหมPADเค้าจะปิดสนามบินไปถึงวัน ไหน??? ชาวต่างชาติเดือดร้อนกลับบ้านไม่ได้กันมากมาย…แล้วเศรฐกิจก็พังหมด
i : ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ แต่เดี๋ยวคงดีขึ้นแหละ ใจเย็นๆ (ปลอบสุดๆแล้ว..พูดได้แค่นี้แหละ )
YOISHI : เห็นข่าวบอกว่าที่ปิดสนามบินเพื่อประท้วงนายกและรัฐบาลเท่านั้น ใช่ไหม???
I : ก็ทำนองนั้น….เดี๋ยวคงดีขึ้น ..เดี๋ยวก็ได้กลับน่า.( ผู้เขียนเริ่ม อึดอัดมาก และสงสารเพื่อนมากด้วยเช่นกัน)
DAVID : แล้วคนเสื้อเหลือง(PAD) เค้าไม่กลัวจะถูกทำร้ายหรือ.คราวที่แล้วผมยังจำได้ว่า มีคนเสียชีวิต และบาดเจ็บหลายร้อยคน ขนาดพ่อของผมดูข่าวอยู่ที่USA ต้องโทรมาถามกลางดึก
คนต่างชาติก็บาดเจ็บด้วย แล้วคราวนี้ ปิด AIRPORT พวกเค้าไม่กลัวหรือ….อาจบาดเจ็บพิการ หรือ ตาย ได้ นะ
I : คงไม่หรอก (มั้ง) กลัวเค้าจะมาเหรอ( อึดอัดมาก …ขี้เกียจอธิบาย ไอ้เจ้าต่างชาติสองคนนี้คงไม่รู้เรื่องหรอก เสียเวลา ยิ่งปลอบคนไม่เป็นอยู่.. )
YOISHI เถียงขึ้นมาว่า
YOISHI : จะบ้าเหรอ ใครจะไม่กลัวตาย…ผมว่าเค้าคงกลัวแต่เค้าก็มา
DAVID : ฟังจากBBC ที่ประท้วงเพราะ
นายกคอรัปชันใช่ไหม ฟังมาจากข่าว….
I : เออ ใช่แล้ว(พูดไม่ออก…..ไม่อยากด่าคนไทยให้ต่างชาติฟัง อาย เค้า)
DAVID : ผมรู้ว่าเธอคงเครียด เพราะที่นี่บ้านเธอ แต่อย่าตกใจไปวันนึงมันจะดีขึ้น มันเป็นเรื่องธรรมดาน่ะ ที่USA น่ะ สองร้อยปีเชียวนะกว่าจะได้แบบนี้
มี สงครามกลางเมืองไม่รู้กี่ครั้ง…ฉอดๆๆๆ( ตอนหลังๆมันพูดเร็วมากฟังไม่ค่อยออกแล้ว..แต่ดูหน้าตาDEVID ภูมิใจในชาติและประวัติศาสตร์อเมริกันของตัวเองมาก…)
I ประเทศไทยน่าเที่ยวใช่ไหม(พูดไปงั้น..ไม่รู้จะพูดอะไร…ใจมันเซ็ง)
YOISHI : ผมว่าคนไทยนะ คนไทยเป็นคนใจดีนะ แต่บางทีก็ใจดีเกินไป….ที่ญี่ปุ่นน่ะ จารีต (custom )ของ”ญี่ปุ่น”แรงมากสำหรับคนโกงจะไม่ได้การรับการให้อภัยจากสังคม…และจะ อยู่ไม่ได้..คนเราต้องคิดได้เองและรับผิดชอบ…เหมือนนายกญี่ปุ่นคนก่อนไง.. ถ้าเป็นสมัยซามูไร ก็ต้องคว้านท้องตายรับผิดชอบแล้วล่ะ….คนไทยใจดีมากไปความเป็นชาตินิยมน้อย ไปหน่อย..ไม่เหมือนคนญี่ปุ่น
(ทำหน้าภูมิใจในชาติแข่งกับอีตาDAVIDเลย )
I : เหรอ ( อึ้ง…ยังคงพูดไม่ออก….. )
DEVID : ใจเย็นๆยังไงชัยชนะก็ต้องเป็นของประชาชน…ไม่ว่าจะใช้ เวลานานเท่าไหร….ประชาชนจะชนะเองวันนึง ผมเห็นใจพวกเค้านะ พวกเค้าลงทุนออกจากบ้านมาประท้วง…
ลำบาก..เสี่ยงอันตราย..ไม่รู้คราวนี้จะบาดเจ็บเป็นร้อยอีกไหม
ทั้งๆที่รู้ว่า ทะเลาะกับรัฐบาลน่ากลัวนะ
บางคนแค่ขัดแย้งกับ เจ้านายยังไม่กล้าเลย….(แล้วก็หัวเราะ )
I : อือ ( รู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้..พูดไม่ออก…สรุปใครปลอบใครกันแน่หว่า )
หลังจากนั้นก็คุยกันอีกนานเป็นชั่วโมง จนสองคนนั้นได้วางแผนการไปเที่ยว พัทยาก่อน วันพรุ่งนี้
โดยบอกขำๆว่า..และหวังในใจลึกๆว่า อาจมีโอกาสพบรักกับหญิงชาติเดียวหรือหญิงไทยใจดีกันสักคน… (หลังจากที่แห้วมานาน
เลยได้รู้ว่า ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไร
“เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ”
… จากการที่มีเพื่อน engineer ต่างชาติหลายคน
แต่ที่สดุดใจมากคือ “ญี่ปุ่น” กับ “เยอรมัน”
รู้ไหม ชาว”ญี่ปุ่น”ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็น “ชาวเอเซีย”หรือ “ชาวโลก”ด้วยซ้ำ เค้าคิดว่า …
“เค้าคือชาวญี่ปุ่นคือลูกพระอาทิตย์ชนชาติที่ยิ่งใหญ่” เช่นเดียวกับ “ชาวเยอรมัน”
ซึ่งคิดว่า “ตนเป็นคนเชื้อชาติ”เยอรมัน”ชนชาติที่ยิ่งใหญ่ฉลาดเหนือคนชาติใดๆในโลกนี้”
หลังจากแยกกับเพื่อนทั้งสองคน กลับมาบ้าน ฉันก็รีบมานั่งพิมพ์เรื่องนี้แบ่งปันให้เพื่อนๆชาวokได้อ่านกัน….
ยากันยุง




ช่างน่าภูมิใจแทนคนญี่ปุ่นจริงๆ ครับ พูดยังกับมีสายเลือดพิเศษ อาจจะโดนบอมบ์จนสมองเพี้ยน หึๆๆ แต่ก็น่าภูมิใจแทนจริงๆ
ผมคิดว่าจะชนชาติไหนก็เป็นคนเหมือนกัน เป็นชาวโลกหนึ่งคน หนึ่งอนุในจักรวาลที่ยิ่งใหญ่ก็เท่านั้น